MY M.A.C

page17

วันนี้เราอยากเขียนถึง brand เครื่องสำอางที่เราชอบมาก brand หนึ่งค่ะ

โดยสิ่งที่เขียนนี้เป็นเพียงประสบการณ์และความรู้สึกส่วนตัวของเราเท่านั้น

เราไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องรวมถึงไม่ได้รับผลประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น

BACKGROUND

ขอเริ่มต้นที่เราเริ่มหัดแต่งหน้าใหม่ๆ เพราะเรียนจบแล้ว ต้องแต่งหน้าและแต่งตัวให้เหมาะสมเพื่อไป

สมัครงาน เพื่อนและที่บ้านเราไม่มีใครเป็นที่ปรึกษาเรื่องความสวยความงามได้เลย เราจึงลุยเดี่ยวไปที่

เคาน์เตอร์หนึ่งที่เดอะมอลล์บางกะปิ (เราขอไม่เอ่ยชื่อนะ เพราะตอนนี้ไม่มีเคาน์เตอร์นั้นแล้ว)

ประสบการณ์ไปหา BA ครั้งแรกสำหรับเราบอกได้เลยว่า เลวร้ายมาก

ไม่ได้เว่อร์นะ เพราะเราแต่งหน้าไม่เป็นเลย ไปขอคำแนะนำ BAจัดชิ้นไหนมาเรายินดีรับหมด

จนเมื่อเราถามถึงวิธีใช้ eye shadow เท่านั้นล่ะ เธอตาเหลือก แล้วหัวเราะเยาะ ย้ำ! หัวเราะเสียงดัง

แล้วพูดว่า “ก็เอาไว้ทาตานั่นล่ะ ทาไปเลย” และยิ้มแบบที่เราไม่ชอบเลย

จ่ายเงินเก็บไปเกือบพันบาท สำหรับเรามันเยอะนะ…

เมื่อกลับมาบ้าน ลองแต่งทุกอย่างที่ BA จัดมา ปรากฏว่า สีแป้งไม่ตรงกับสีผิวเรา หน้าลอยเด่น

อายชาโดวสีชมพูที่ทาไปเลยนั้นดูหม่นๆ บลัชออนและลิปสติกอีก ทุกอย่างไม่มีอะไรเข้ากันเลย

เราคิดว่าเป็นเพราะเราแต่งไม่เป็นเอง แต่ก็ต้องแต่งหน้าไปสมัครงานโดยใช้แค่บางอย่างเท่านั้น

จนได้งานสักพักนี่ล่ะ ถึงได้เริ่มรู้จัก “ห้องโภชนาการ”

จากการที่เราแอบสิงอยู่เรื่อยๆ จะได้เห็นกระทู้ที่ให้ข้อมูล อะไรต้องใช้บ้าง ใช้อย่างไร ใช้เมื่อไหร่

ตัวไหนฮิต เคาน์เตอร์ไหน BA ใจดี น่ารัก และที่ไหนควรเลี่ยงและหนึ่งในนั้นก็คือ

M.A.C ขึ้นชื่อเรื่อง “เหวี่ยง” และ “ไม่ง้อลูกค้า”

เราเชื่อหมด… เครื่องสำอางไหนดีและมีสตางค์พอซื้อได้ก็จะซื้อ แต่ระดับ high ก็ไม่ไหว

และยังไม่กล้ากลับไปซื้อตามเคาน์เตอร์อยู่ดี เวลาเดินผ่านได้แต่เมียงๆมองๆ

ชอบที่สุดคือ M.A.C นี่ละ ทำให้เรารู้สึกเหมือนนั่งแต่งหน้าอยู่ใน studio อะไรแบบนั้น

จากห้องโภชนาการกลายมาเป็นห้องโต๊ะเครื่องแป้ง เรายังคงหัดแต่งหน้าอยู่เรื่อยๆตาม how to ต่างๆ

แต่ก็ยังไม่รู้ว่าที่เราทำเองนั้นถูกต้องหรือเปล่า ทำไมเรายังทาตาไม่สวย บางทีทารองพื้นไม่สม่ำเสมอ

และที่สำคัญ…ใกล้จะรับปริญญาอีกแล้ว อยากมีรูปสวยๆเก็บไว้เป็นที่ระลึก

ไม่ใช่น่าระทึกเหมือนตอนปริญญาตรี เราจึงเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่เดือนธันวาคม 2553

เพื่อเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรฯต้นเดือนมกราคม 2554

WORKSHOP AND PRODUCTS

เราตัดสินใจ เราอยากลอง workshop ดู เราเริ่มจากการ search หาเบอร์โทรของสาขา

ที่เดอะมอลล์บางกะปิ เราจำได้เลยว่า BA ชื่อคุณหนิง เป็นคนรับสาย อธิบายรายละเอียดของ

การ workshop ให้เราฟัง โดยซิ้อ voucher 3,500.- นัดหมายวันเวลาที่เราสะดวกมาร่วม

เราเลือกวันเสาร์ที่จะถึงเลยค่ะ และก่อนถึงวันนัดก็โทรมา confirm กับเราอีกครั้ง

เช้าวันเสาร์ เราไปก่อนเวลานัดเล็กน้อย ปกติเราใส่แว่นสายตาเพราะเราสายตาสั้น

แต่วันนี้เราเปลี่ยนใส่คอนแทคเลนส์แบบรายวัน เพราะอยากเห็นหน้าตัวเองบนกระจกชัดๆ

แล้ว BA ชื่อคุณจูนและคุณหนิงก็เข้ามาทักทาย คุณจูนเป็นผู้สอน

ส่วนคุณหนิงก็รับลูกค้าหน้าเคาน์เตอร์แบบร่าเริงมากๆ ทักทายลูกค้าอย่างเป็นกันเอง

ชวนคุยนู่นนี่นั่น เรายังแอบขำเลย

กลับมาที่ workshop จะมีที่คาดผมกับผ้ากันเปื้อน เครื่องสำอางและอุปกรณ์แปรงต่างๆเตรียมไว้ให้

page11

คุณจูนเริ่มจากทำความสะอาดหน้าให้ก่อน แล้วบำรุงผิว

page10

จากนั้นก็เริ่มตาม step ใช้แปรงลงรองพื้น/ คอนชีลเลอร์/ แป้ง mineralize skinfinish natural/

ตามด้วยแป้งฝุ่น ออกมาเป็นแบบนี้ (ลืมบอกไปค่ะ เราเป็นคนผิวแห้งและมีกระเยอะมาก)

page12

จากนั้นก็สอนเขียนคิ้ว แบบเข้มมากเลยค่ะ เราไม่เคยเขียนเต็มรูปแบบมาก่อนเลย

แล้วลง pigment ตรงเปลือกตา ใช้แปรงคัดเบ้าด้วยสีน้ำตาล ขั้นตอนนี้เราชอบมากเลย

ในที่สุดก็ได้รู้ว่าจริงๆแล้วต้องทำอย่างไร ต่อกันที่เขียน eyeliner เราไม่ได้เขียนเองค่ะเพราะ

ไม่ถนัดกับแปรงแบบยาวเลย แล้วก็ปัดแก้ม ทาลิปสติกและกลอส…จบ

เราถามถึงการทำ shading ตรงดั้งจมูก เพราะเรามีดั้งน้อยมากๆ คุณจูนบอกว่าก็ทำได้นะ

แต่มันจะดูไม่เป็นธรรมชาติ

page13

จากนั้นก็ขอให้ลองแต่งให้เราแบบเข้มๆ สำหรับไปงานดูบ้าง

คุณจูนแค่หยิบสีดำมาเกลี่ยๆที่หางตาก็ได้อีกลุคนึงแล้ว

ในระหว่างที่เรียนเราไม่ค่อยได้ถ่ายรูป เพราะตั้งใจเรียนจริงๆ ลองหัดทำเองตามที่สอนไปด้วย

ถามสิ่งที่สงสัย วิธีใช้อย่างละเอียดๆเลย แสงในกล้องเลยไม่ได้ปรับ ออกเหลืองประหลาดๆ

พอจบ workshop แล้วก็เลือกผลิตภัณฑ์ใดๆก็ได้ภายในจำนวนเงินตาม voucher

ถึงตอนนี้ก็อยากได้ทุกอย่างเลย จนคิดเงินรวมออกมา 5 พันกว่าบาท !!! สติเลยกลับมา

(ถึงจะแค่จ่ายเพิ่มส่วนต่างก็เถอะ) เราเลยไม่เอาแปรงทารองพื้น ถึงแม้ว่า Micheal Phan

จะทำให้เราเฝ้าฝันถึง เพราะเราได้ลองใช้ดูแล้ว มันไม่ถนัดมือจริงๆ สรุปได้มาเท่านี้

page3

รวมทั้ง 5 ชิ้น ได้ส่วนลด 10% ตามโปรโมชั่นแลกคะแนน ทั้งหมด 4,113.-

สรุปผลการ workshop นะคะ โดยรวมถือว่าโอเคเลยทีเดียว เราได้ลองใช้ผลิตภัณฑ์หลายตัว

อย่างพวกรองพี้นนี่ ทำให้เราได้รู้ว่า ไม่เหมาะกับผิวเรา เพราะถึงแม้จะปกปิดดี แต่ไม่ถึงชั่วโมง

ก็เริ่มเห็นเป็นรอยตรงร่องแก้ม แต่พวกแปรง, pigment, brush on และ lipstick เราชอบมากๆๆๆ

และเมื่อมี product ใหม่ๆออกมา จะมีการส่งข่าวสารมาให้ที่บ้านตามที่อยู่ที่ได้ลงทะเบียนไว้

page9

กลับมาบ้านก็หัดแต่งเอง โดยใช้ร่วมกับเครื่องสำอางที่มีอยู่ รูปนี้วันซ้อมย่อยครั้งแรก

ใช้ร่วมกับรองพื้นของ LM, eye shadow ของ KATE (กล้อง LS80)

page14

page4

พอได้ชุดครุยก็ลองแต่งพร้อมติดขนตาปลอมด้วย (กล้อง LS80)

page5

วันจริง ทำผมเอง ตากล้องก็พี่ๆน้องในออฟฟิศค่ะ รูปไม่ได้ผ่านการปรับแสงใดๆ

แค่ crop คนอื่นออกไป (กล้อง G1)

page1

หลังจากนั้นมา เราก็ติดใจแวะเวียนไปอีกเรื่อยๆ ซื้อทีละชิ้น 2 ชิ้น ตอนนี้ก็…ได้มาอีก

page4

IN MY MIND

ถ้าถามว่าเราเคยเจอ BA แบบไม่น่าประทับใจไหม… เคยค่ะ ครั้งแรกที่เข้าไปสอบถามที่เคาน์เตอร์

เจอคนที่ไม่ค่อยอยากตอบคำถามเลย แทบไม่อยากมองเราเลยด้วย.. แต่เราไม่สน

ทุกวันนี้ไปก็ยังเจออยู่เลย เราเดินไปคุยกับ BA คนอื่นแทน มันอยู่ที่เราเลือกเองค่ะ

เราถูกใจที่ตัวผลิตภัณฑ์ ถ้าคนไหนไม่อยากขายเราก็ไปซื้อกับคนอื่น

แต่คุณจูนที่สอนเราแต่งหน้าย้ายไปสยามแล้วล่ะ

เขียนมาเสียยาวเลย อยากแชร์เรื่องราวที่ได้เจอมากับเพื่อนๆ จริงๆอยากเขียน review แต่ละตัวด้วย

เกรงว่าจะยาวเกิน ถ้ามีข้อสงสัย, ตรงไหนพิมพ์ผิด, เนื้อหาไม่เหมาะสม แวะมาบอก เรายินดีแก้ไข

หรือแค่แวะทักทายกันได้นะ

ขอบคุณที่อยู่เป็นเพื่อนกันจนบรรทัดสุดท้าย^^

This entry was posted in Something to adore. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s